สำหรับคู่รักที่มีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การวางแผนยื่นขอวีซ่าเพื่อใช้ชีวิตคู่ที่สหรัฐอเมริกา วีซ่าคู่หมั้น K-1 และวีซ่าคู่สมรส CR-1 คือเส้นทางสู่การเริ่มต้นชีวิตคู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ K-1 และ CR-1 มีความแตกต่างกันหลายด้าน ทั้งขั้นตอน ระยะเวลา ค่าใช้จ่าย และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในอเมริกา บทความนี้จะช่วยคุณเปรียบเทียบความแตกต่างอย่างละเอียด ระหว่างวีซ่า K-1 กับ วีซ่า CR-1 ช่วยให้คู่รักตัดสินใจเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมที่สุด พร้อมรายการเอกสารที่จำเป็น และคำแนะนำที่สามารถนำไปใช้ได้ค่ะ
คำจำกัดความ
ประเภทวีซ่า
วัตถุประสงค์
K-1 (Fiancé(e) Visa)
สำหรับ “คู่หมั้น” ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส และต้องการเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา เพื่อแต่งงานภายใน 90 วัน
CR-1 (Spouse Visa)
สำหรับ “คู่สมรส” ที่แต่งงานและจดทะเบียนสมรสแล้ว ต้องการย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา อย่างถาวร
ได้กรีนการ์ด เมื่อไหร่
หลังจากแต่งงานและจดทะเบียนสมรสในสหรัฐอเมริกาเรียบร้อย แล้วสามารถยื่นขอปรับสถานะได้
ได้ทันที่เมื่อเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา
ตารางเปรียบเทียบ K-1 และ CR-1 (แบบละเอียด)
| หัวข้อ | K-1 (Fiancé(e) Visa) | CR-1 (Spouse Visa) |
| สถานะความสัมพันธ์ | คู่หมั้น (ยังไม่จดทะเบียนสมรส) | คู่สมรส (แต่งงานและจดทะเบียนสมรสแล้ว) |
| สถานะวีซ่า | Non-immigrant (วีซ่าชั่วคราว) | Immigrant (วีซ่าถาวร) |
| ใครสามรถยื่นได้ | เฉพาะพลเมืองสหรัฐอเมริกา (U.S. Citizen) | พลเมืองสหรัฐฯ และผู้ถือ กรีนการ์ด |
| แบบฟอร์มที่ใช้ | I-129F | I-130 |
| ระยะเวลาในการดำเนินการ | 8-12 เดือน (รวมขั้นตอน AOS อาจจะประมาณ 18 เดือน) | 12-18 เดือน โดยประมาณ หรืออาจจะนานกว่า |
| แต่งงานในประเทศใด | ต้องแต่งงานและจดทะเบียนสมรสที่สหรัฐอเมริกา (เท่านั้น) ให้เสร็จภายใน 90 วัน | แต่งงานและจดทะเบียนสมรสที่ประเทศใดก็ได้ หลังจดทะเบียนสมรสเรียบร้อย ทำเรื่องยื่นคำร้องขอ CR-1 ได้ |
| สิทธิในการทำงาน | ต้องรอขอใบอนุญาตทำงาน (EAD) หรือปรับสถานะ | สามารถทำงานได้ทันที่ หลังจากที่ได้กรีนการ์ด |
| สิทธิ์ในการเดินทาง | เดินทางเข้าได้ครั้งเดียว (Single Entry) | เดินทางเข้า-ออกได้อย่างเสรี |
| นำบุตรติดตามได้หรือไม่ | สามารถนำบุตรติดตามได้ด้วยวีซ่า K-2 | สามารถนำบุตรติดตามได้ด้วยวีซ่า CR-2 |
| สถานะหลังเข้าสหรัฐอเมริกา | ต้องแต่งงาน+จดทะเบียน+ยื่น AOS (ปรับสถานะ) | ได้สถานะผู้พำนักถาวรทันที |
ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ (ปี 2025)
| ขั้นตอน |
| USCIS |
| สถานทูต |
| ตรวจสุขภาพ |
| รวมคร่าวๆ |
| K-1 (Fiancé(e) Visa) |
| $535 (I-129F) + $1,440 (AOS) |
| $265 |
| $150-$300 |
| $2,500-$3,000 |
| CR-1 (Spouse Visa) |
| $535 (I-130) |
| $325+$445 (NVC) |
| $150-$300 |
| $1,500-$2,000 |
ขั้นตอนการยื่นวีซ่า K-1
- ยื่น แบบฟอร์ม I-129F ที่ USCIS
- USCIS อนุมัติ → ส่งต่อ NVC → สถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศคู่หมั้น
- กรอก DS-160 + นัดสัมภาษณ์ที่สถานทูต
- หากผ่าน → ออกวีซ่า K-1 → เข้าสหรัฐฯ
- สมรสภายใน 90 วัน
- ยื่น AOS (I-485) เพื่อขอกรีนการ์ด
- รอ EAD (ใบอนุญาตทำงาน) และ Advance Parole (สำหรับเดินทาง)
เอกสารสำคัญสำหรับ K-1
สำหรับ I-129F:
- แบบฟอร์ม I-129F
- หลักฐานความสัมพันธ์ (รูป, แชท, ตั๋วเดินทาง ฯลฯ)
- หนังสือรับรองการเป็นโสด
- หลักฐานการพบกันใน 2 ปีที่ผ่านมา
- สำเนาหนังสือเดินทาง
- หลักฐานการเงิน (Bank Statement, Tax Return)
สำหรับสัมภาษณ์ K-1:
- DS-160
- หนังสือเดินทาง
- รูปถ่าย (2×2 นิ้ว)
- Police Clearance
- ใบตรวจสุขภาพ
- I-134 Affidavit of Support
- เอกสารความสัมพันธ์เพิ่มเติม
ข้อดีของวีซ่า K-1
- เริ่มต้นชีวิตคู่เร็ว ไม่ต้องรอแต่งงาน จดทะเบียน
- เหมาะสำหรับคู่ที่ยังไม่เคยแต่งงานกัน หรืออยู่กันคนละประเทศและอยากแต่งงานในสหรัฐอเมริกา
- กระชับกระบวนการ เน้นความสัมพันธ์ส่วนตัวก่อนขั้นตอนทางกฎหมาย
ข้อเสียของวีซ่า K-1
- ต้องยื่นเรื่อง 2 รอบ คือ I-129F และ AOS ทำให้มีกระบวนการเรื่องการจัดเตรียมเอกสารเพิ่มขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายเยอะ
- ค่าธรรมเนียมรวมสูงกว่า CR-1 โดยเฉพาะหากนับรวมขั้นตอนการขอกรีนการ์ด
- ไม่สามารถทำงานได้ทันที ต้องยื่นเรื่องขอ EAD หรือ Employment Authorization Document คือใบอนุญาตทำงานที่ออกให้โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐฯ (USCIS) แยกหลังเข้าสหรัฐอเมริกา
- มีเวลาจำกัดแค่ 90 วัน ในการดำเนินการเรื่องแต่งงานและจดทะเบียนสมรส หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดจะผิดกฎหมายและอาจจถูกส่งกลับ
ขั้นตอนการยื่นวีซ่า CR-1
- ยื่น แบบฟอร์ม I-130 ที่ USCIS
- USCIS อนุมัติ → ส่งต่อ NVC → สถานทูตสหรัฐฯ
- กรอก DS-260 + ชำระค่าธรรมเนียม NVC
- สัมภาษณ์วีซ่า CR-1 ที่สถานทูต
- เดินทางเข้าสหรัฐฯ → ได้กรีนการ์ด 2 ปีทันที
- เมื่อครบ 2 ปี → ยื่น I-751 เพื่อถอดเงื่อนไขเป็นกรีนการ์ด 10 ปี
เอกสารสำคัญสำหรับ CR-1
สำหรับ I-130:
- แบบฟอร์ม I-130
- สูติบัตรทั้งสองฝ่าย
- ทะเบียนสมรส
- หลักฐานความสัมพันธ์ (รูป, แชท, ทรัพย์สินร่วม)
- หลักฐานการเงิน (I-864 Affidavit of Support)
- สำเนาหนังสือเดินทาง
สำหรับสัมภาษณ์ CR-1:
- DS-260
- หนังสือเดินทาง
- รูปถ่าย (2×2 นิ้ว)
- Police Clearance
- ใบตรวจสุขภาพ
- หลักฐานความสัมพันธ์เพิ่มเติม
ข้อดีของวีซ่า CR-1
- ได้รับกรีนการ์ดทันที ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าและสามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระ
- ทำงานได้ทันที ไม่ต้องรอใบอนุญาตทำงาน
- ค่าใช้จ่ายโดยรวมประหยัดกว่า K-1 เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายยื่นเรื่อง AOS (Adjustment of Status) การปรับสถานะภายหลัง
- มีความมั่นคงทางสถานะทันทีหลังเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา
ข้อเสียของวีซ่า CR-1
- จะต้องแต่งงาน จดทะเบียนสมรส จากประเทศต้นทางให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถยื่นเรื่องขอวีซ่า CR-1 ได้ ดังนั้นอาจจะมีขั้นตอนเรื่องกฎหมายท้องถิ่นมาเกี่ยวข้อง เช่น การจัดเตรียมเอกสารเพื่อจดทะเบียนสมรส การแปลเอกสาร และการรับรองเอกสาร เป็นต้น
- ใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนาน โดยเฉลี่ยประมาณ 12- 18 เดือน
- บางกรณีอาจเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเรื่องการแปลเอกสารและรับรองเอกสารมากกว่า
Checklist เอกสารสรุปของทั้งสองวีซ่า
K-1 (Fiancé(ae) Visa)
- I-129F Form
- DS-160 Form
- รูปถ่าย 2×2 นิ้ว
- หนังสือเดินทาง
- Police Clearance หรือใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- ใบตรวจสุขภาพ
- หลักฐานความสัมพันธ์
- หนังสือรับรองโสด
- หลักฐานการเงิน (I-134)
สำหรับบทความโดยละเอียดเกี่ยวกับวีซ่า K-1 สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ อ่านต่อที่นี่
CR-1 (Spouse Visa)
- I-130 Form
- DS-260 Form
- ทะเบียนสมรส
- สูติบัตร
- หนังสือเดินทาง
- Police Clearance หรือใบตรวจสอบประวัติอาชญากรรม
- ใบตรวจสุขภาพ
- หลักฐานความสัมพันธ์
- หลักฐานการเงิน (I-864)
คำแนะนำก่อนยื่นวีซ่าจาก JMP Global Visa and Translation Service
- ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับให้ครบถ้วน
- แปลเอกสารที่จำเป็น (เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส เป็นต้น) ให้เรียบร้อย
- ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ-นามสกุล
- เตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ให้ละเอียดที่สุด (เช่น รูปคู่, แชท, ใบเสร็จ, ตั๋วเดินทาง, ใบเสร็จการโอนเงิน เป็นต้น)
- หากสงสัยเรื่องเอกสารหรือขั้นตอน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าโดยตรง
- ติดต่อทีมงาน JMP Global Visa and Translation Service เพื่อวางแผนและจัดเตรียมเอกสารได้อย่างครบถ้วนและถูกต้องที่สุด
แล้วควรเลือกวีซ่า K-1 หรือ CR-1 ดี?
| กรณีของคุณ |
| ยังไม่ได้แต่งงาน/จดทะเบียนสมรส และต้องการอยู่ด้วยกันเร็ว |
| แต่งงาน/จดทะเบียสมรสและต้องการความมั่นคงทางสถานะทันที |
| อยากลดค่าใช้จ่ายระยะยาว |
| แต่งงาน/จดทะเบียนที่ประเทศต้นทางไม่ได้ มีข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือทางศาสนา |
| ต้องการทำงานในสหรัฐอเมริกาเร็วที่สุด |
| วีซ่าที่แนะนำ |
| K-1 |
| CR-1 |
| CR-1 |
| K-1 |
| CR-1 |
สรุป
การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมที่สุดระหว่างวีซ่า K-1 และ วีซ่า CR-1 ขึ้นอยู่กับสถานะความสัมพันธ์ และแผนการใช้ชีวิตคู่ในสหรัฐอเมริกา หากยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส และต้องการจดทะเบียนสมรสที่สหรัฐอเมริกา แนะนำวีซ่า K-1 แต่หากคุณจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว และต้องการกรีนการ์ดทันที แนะนำให้ยื่นขอวีซ่า CR-1 ซึ่งประหยัดกว่าและสามารถทำงานได้ทันที่เมื่อเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา
สรุปแล้วทั้งสองวีซ่ามีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การเลือกแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับสถานะความสัมพันธ์ ความพร้อมด้านเอกสาร, งบประมาณ และระยะเวลาที่คุณยอมรับได้
หากต้องการความมั่นใจและความถูกต้องในการยื่นเอกสาร แนะนำให้ปรึกษาทีมงาน JMP Global Visa and Translation Service เพื่อช่วยวางแผนเอกสารและขั้นตอนการยื่นให้ถูกต้อง
JMP Global Visa and Translation Service ศูนย์บริการด้านวีซ่า และ แปลเอกสาร รับรองเอกสาร แบบครบวงจร
โทรศัพท์: 081-1040660
เว็บไซต์: https://jmpvisaandtranslation.com/
Email: jmpvisa@gmail.com
Line Official: https://lin.ee/oGTc81j
Facebook: https://www.facebook.com/jmpvisaandtranslation/




