วีซ่าพาร์ทเนอร์ออสเตรเลีย (Partner Visa Australia)

การขอวีซ่าพาร์ทเนอร์ออสเตรเลีย (Partner Visa Australia) วิธีขอแบบ Step-by-Step พร้อมเอกสาร ค่าธรรมเนียม และระยะเวลารอผล โดย JMP Visa & Translation

“การขอวีซ่าพาร์ทเนอร์ประเทศออสเตรเลีย (Partner Visa Australia)” ครอบคลุมทุกหัวข้อที่คุณต้องการ แบ่งเป็นขั้นตอนชัดเจน เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น”

หากคุณมีคู่รักเป็นชาวออสเตรเลียและต้องการย้ายไปอยู่ด้วยกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การขอ วีซ่าพาร์ทเนอร์ (Partner Visa) คือทางเลือกที่ใช่สำหรับคุณ บทความนี้จะพาคุณไปเข้าใจทุกขั้นตอนของกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงได้รับวีซ่าอย่างละเอียด

วีซ่าพาร์ทเนอร์ออสเตรเลีย คืออะไร?

Partner Visa (subclass 820 และ 801 / subclass 309 และ 100) คือวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติที่มีความสัมพันธ์เป็น คู่สมรสหรือคู่ครองตามกฎหมาย (de facto) กับพลเมืองออสเตรเลีย ผู้อยู่อาศัยถาวร หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถอยู่อาศัย ทำงาน และเรียนในออสเตรเลียได้อย่างถูกต้อง

แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก

  1. Subclass 309 (Provisional) & 100 (Permanent): สำหรับผู้สมัครที่ยื่นคำขอ นอกประเทศออสเตรเลีย และพำนักอยู่นอกออสเตรเลียขณะยื่นสมัคร (และได้รับวีซ่าชั่วคราว)
  2. Subclass 820 (Provisional) & 801 (Permanent): สำหรับผู้สมัครที่ยื่นคำขอ ในประเทศออสเตรเลีย และพำนักอยู่ในออสเตรเลียขณะยื่นสมัคร (และได้รับวีซ่าชั่วคราว)

ทั้งสอง Subclass นี้ทำงานในลักษณะคล้ายกัน โดยจะได้รับวีซ่าชั่วคราวก่อน (309 หรือ 820) และหากความสัมพันธ์ยังคงอยู่และเป็นไปตามเงื่อนไข จะได้รับการพิจารณาวีซ่าถาวร (100 หรือ 801) ในภายหลัง โดยทั่วไปประมาณ 2 ปีหลังจากวันที่ยื่นใบสมัครครั้งแรก

คุณสมบัติพื้นฐานผู้ขอ

การทำความเข้าใจคุณสมบัติเบื้องต้นและข้อกำหนด ก่อนเริ่มต้นกระบวนการ คุณและคู่ครอง (ผู้สนับสนุน) ต้องแน่ใจว่ามีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์พื้นฐาน:

ผู้สมัคร (Applicant)

  1. ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  2. ความสัมพันธ์: ต้องมีความสัมพันธ์ที่แท้จริงและต่อเนื่องกับผู้สนับสนุนชาวออสเตรเลีย (Australian Citizen, Permanent Resident หรือ eligible New Zealand Citizen)
  3. สถานะโสด: ต้องเป็นคนโสด หรือเป็นอิสระจากการแต่งงาน/ความสัมพันธ์ De Facto ครั้งก่อนหน้า (หากเคยแต่งงาน ต้องแสดงหลักฐานการหย่าร้าง/การเสียชีวิตของคู่สมรสเดิมที่ถูกต้องตามกฎหมาย)
  4. สุขภาพ: ต้องมีสุขภาพแข็งแรงและผ่านการตรวจสุขภาพตามเกณฑ์ของออสเตรเลีย
  5. ประวัติอาชญากรรม: ต้องมีประวัติความประพฤติที่ดี ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง
  6. ความมุ่งมั่น: ทั้งสองฝ่ายต้องมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ชีวิตร่วมกันอย่างถาวร

ผู้สนับสนุน (Sponsor):

  1. สถานะ: ต้องเป็นพลเมืองออสเตรเลีย, ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรของออสเตรเลีย หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีสิทธิ์ (eligible New Zealand Citizen)
  2. อายุ: โดยทั่วไปต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป
  3. ประวัติ: อาจมีข้อจำกัดบางประการสำหรับผู้สนับสนุนที่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง หรือเคยสนับสนุนวีซ่าพาร์ทเนอร์มาแล้ว 2 ครั้ง หรือภายในระยะเวลาที่กำหนด (Sponsorship Limitation)

ลักษณะความสัมพันธ์ที่ยอมรับ ออสเตรเลียรับพิจารณาความสัมพันธ์ 2 รูปแบบหลัก:

  1. Married Relationship (การแต่งงาน): คุณและคู่ครองได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายของออสเตรเลีย หรือตามกฎหมายของประเทศอื่นที่ออสเตรเลียยอมรับ
  2. De Facto Relationship (ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา): คุณและคู่ครองใช้ชีวิตร่วมกันแบบคู่รักแต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส โดย:
  3. ต้องใช้ชีวิตร่วมกันอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนยื่นใบสมัคร (ยกเว้นในกรณีพิเศษ เช่น การจดทะเบียนความสัมพันธ์กับรัฐบาลออสเตรเลียบางรัฐ หรือมีบุตรร่วมกัน)
  4. ต้องแสดงหลักฐานที่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของคุณคือความสัมพันธ์ที่แท้จริงและต่อเนื่องในทุกๆ ด้าน (การเงิน, สังคม, ครัวเรือน, ความมุ่งมั่น)

การรวบรวมเอกสาร (หัวใจสำคัญ!)

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด คุณต้องเตรียมเอกสารทั้งของตัวเองและผู้สนับสนุนอย่างละเอียดและครบถ้วน เอกสารทั้งหมดที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง

เอกสารส่วนตัวของผู้สมัคร (Applicant)

  1. หนังสือเดินทาง (Passport): สำเนาหน้าข้อมูลส่วนตัว และทุกหน้าที่มีตราประทับวีซ่าหรือข้อมูลสำคัญ (ตรวจสอบวันหมดอายุ)
  2. บัตรประชาชน: สำเนาบัตรประชาชนไทย
  3. ทะเบียนบ้าน: สำเนาทะเบียนบ้านไทย
  4. รูปถ่าย: รูปถ่ายขนาดหนังสือเดินทาง (Passport-sized photos) ที่ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (โดยทั่วไป 2 รูป)
  5. สูติบัตร: สำเนาสูติบัตร
  6. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (หากมี): สำเนาเอกสารการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล
  7. ทะเบียนสมรส (หากมี): สำเนาทะเบียนสมรสไทย
  8. ใบสำคัญการหย่าร้าง/มรณบัตร (หากเคยแต่งงาน): สำเนาใบสำคัญการหย่า หรือสำเนาใบมรณบัตรของคู่สมรสเดิม (พร้อมหลักฐานการเป็นอิสระจากการแต่งงาน)
  9. หลักฐานการศึกษา/ประสบการณ์ทำงาน (เสริม): หากคุณต้องการเพิ่มข้อมูลที่อาจช่วยในการพิจารณา (ไม่บังคับสำหรับวีซ่าพาร์ทเนอร์โดยตรง แต่แสดงถึงศักยภาพ)
  10. ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate) คลิ๊ก: ขอจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองบัญชาการตำรวจสันติบาล) ในประเทศไทย (เตรียมเอกสารตามที่หน่วยงานกำหนด)
  11. ผลการตรวจสุขภาพ: รอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้คุณไปตรวจสุขภาพ โดยจะได้รับ HAP ID เพื่อนำไปยื่นกับคลินิก/โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตออสเตรเลียในประเทศไทย

เอกสารส่วนตัวของผู้สนับสนุน (Sponsor)

  1. หลักฐานการเป็นพลเมือง/PR/NZ Citizen: สำเนาหนังสือเดินทางออสเตรเลีย, ใบรับรองการเป็นพลเมือง, หรือหลักฐานการเป็น Permanent Resident (เช่น วีซ่า, ImmiCard)
  2. หลักฐานยืนยันตัวตน: สำเนาบัตรประชาชนออสเตรเลีย, ใบขับขี่
  3. หลักฐานการอยู่อาศัยในออสเตรเลีย: บิลค่าสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า, น้ำ, แก๊ส, อินเทอร์เน็ต) ที่มีชื่อผู้สนับสนุนและที่อยู่, สัญญาเช่าบ้าน, เอกสารจำนองบ้าน
  4. หลักฐานการเงิน:
    • สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน
    • หนังสือรับรองการทำงาน
    • รายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3-6 เดือน
    • หลักฐานสินทรัพย์อื่นๆ (เช่น อสังหาริมทรัพย์, การลงทุน)
  5. ใบรับรองความประพฤติจากออสเตรเลีย (หากมีการร้องขอ): เจ้าหน้าที่อาจขอ Australian National Police Check
  6. ใบรับรองความประพฤติจากประเทศอื่น (หากเคยพำนัก): หากผู้สนับสนุนเคยพำนักในประเทศอื่นเป็นระยะเวลานาน (โดยทั่วไป 12 เดือนขึ้นไปในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา) อาจต้องขอใบรับรองความประพฤติจากประเทศนั้นๆ

เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ (The Core of Your Application)

นี่คือส่วนที่ต้องใช้ความพยายามมากที่สุด คุณต้องแสดงหลักฐานที่ครอบคลุม 4 ด้านหลัก เพื่อพิสูจน์ว่าความสัมพันธ์ของคุณคือ “ของจริง” และ “ต่อเนื่อง”:

  1. ด้านการเงิน (Financial Aspects of the relationship):
  2. บัญชีธนาคารร่วม: หลักฐานการมีบัญชีธนาคารร่วมกัน (Joint Bank Account) และการใช้งานบัญชีนั้น
  3. การกู้ร่วม/สินเชื่อร่วม: เอกสารการกู้ร่วมซื้อบ้าน, รถยนต์, หรือสินเชื่ออื่นๆ
  4. ทรัพย์สินร่วม: หลักฐานการเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน เช่น บ้าน, รถยนต์, การลงทุน
  5. การแบ่งปันค่าใช้จ่าย: บิลค่าใช้จ่ายในครัวเรือนที่มีชื่อทั้งสองคน, หลักฐานการจ่ายค่าเช่า/ผ่อนบ้านร่วมกัน, หลักฐานการทำประกันภัยร่วมกัน
  6. จดหมายหรือหลักฐานการช่วยเหลือทางการเงินระหว่างกัน: เช่น การโอนเงิน หรือการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย
  7. ด้านครัวเรือน (Nature of the household):
  8. ที่อยู่อาศัยร่วมกัน: สัญญาเช่าบ้าน/เอกสารการจำนองที่มีชื่อทั้งสองคน, บิลค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าอินเทอร์เน็ต) ที่ส่งมายังที่อยู่เดียวกันและมีชื่อทั้งสองคน
  9. หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน: รูปถ่ายบ้านที่แสดงว่าคุณอาศัยอยู่ร่วมกัน, หลักฐานการจัดซื้อของใช้ในบ้านร่วมกัน
  10. การแบ่งปันความรับผิดชอบ: เขียนอธิบายว่าคุณและคู่ครองแบ่งปันหน้าที่และความรับผิดชอบในครัวเรือนอย่างไร (เช่น ใครทำอาหาร, ใครจ่ายบิล, ใครดูแลบ้าน)
  11. หลักฐานการไปรษณีย์ถึงที่อยู่เดียวกัน: จดหมายหรือเอกสารที่ส่งถึงที่อยู่เดียวกันสำหรับทั้งสองคน
  12. ด้านสังคม (Social Aspects of the relationship):
  13. จดหมายรับรองจากบุคคลภายนอก (Form 888 – Statutory Declaration):
    • สำคัญมาก! ต้องมีอย่างน้อย 2 ฉบับ จากพลเมืองออสเตรเลียหรือผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร ที่รู้จักคุณและคู่ครองเป็นอย่างดี และสามารถยืนยันว่าความสัมพันธ์ของคุณเป็นของจริงและต่อเนื่อง (เช่น เพื่อนสนิท, สมาชิกในครอบครัว, เพื่อนร่วมงาน)
    • Form 888 ต้องกรอกรายละเอียดครบถ้วน และลงนามต่อหน้าผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เป็น Witness ในออสเตรเลีย (เช่น Justice of the Peace, Solicitor, Pharmacist, Police Officer, Notary Public)
  14. รูปถ่ายร่วมกัน: รูปถ่ายจำนวนมากที่แสดงถึงช่วงเวลาต่างๆ ของความสัมพันธ์ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว, งานสังคม, การรวมตัวกับครอบครัวและเพื่อนของทั้งสองฝ่าย (ควรมีคำอธิบายสั้นๆ ใต้รูปภาพ)
  15. หลักฐานการเดินทางร่วมกัน: ตั๋วเครื่องบิน, ใบจองโรงแรม, วีซ่า (หากเคยเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน)
  16. หลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมร่วมกัน: การเข้าร่วมงานแต่งงาน, งานเลี้ยง, กิจกรรมชมรม
  17. การรับรู้จากสาธารณะ: หลักฐานว่าคนรอบข้างรับรู้ว่าคุณเป็นคู่กัน เช่น การ์ดเชิญที่มีชื่อทั้งสองคน, โพสต์บนโซเชียลมีเดียที่แสดงความสัมพันธ์
  18. ด้านความมุ่งมั่นต่อกัน (Nature of commitment to each other):
  19. จดหมายเล่าความสัมพันธ์ (Statement of Relationship):
    • เขียนโดยทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุนแยกกัน (หรือร่วมกันก็ได้)
    • เล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ตั้งแต่เริ่มต้น (พบกันที่ไหน, เมื่อไหร่), เหตุการณ์สำคัญต่างๆ, ช่วงเวลาที่อยู่ห่างกันและวิธีการติดต่อกัน, ความมุ่งมั่นในอนาคต, และเหตุผลที่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกันที่ออสเตรเลีย
    • ควรอธิบายให้ละเอียด ครอบคลุมทุกแง่มุมของความสัมพันธ์ รวมถึงแผนการในอนาคต
  20. หลักฐานการติดต่อสื่อสาร: บทสนทนาในแชท (Line, WhatsApp, Messenger), ประวัติการโทร, อีเมล, วิดีโอคอล (ควรแคปหน้าจอที่มีวันที่/เวลา และเนื้อหาที่แสดงถึงความสัมพันธ์)
  21. พินัยกรรม/กรมธรรม์ประกันชีวิต: ที่มีชื่อคู่ครองเป็นผู้รับผลประโยชน์
  22. ของขวัญ/จดหมายที่ให้กัน: แสดงถึงความใส่ใจและความผูกพัน
  23. การรู้จักและมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและเพื่อนของอีกฝ่าย: รูปถ่ายหรือหลักฐานการพบปะกับครอบครัวและเพื่อนของทั้งสองฝ่าย

การแปลและการรับรองเอกสาร

  1. การแปล: เอกสารทั้งหมดที่ไม่ได้เป็นภาษาอังกฤษ ต้องได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง
  2. ในออสเตรเลีย: ต้องเป็นนักแปลที่ได้รับการรับรองจาก NAATI (National Accreditation Authority for Translators and Interpreters) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ NAATI
  3. นอกออสเตรเลีย (เช่น ประเทศไทย): ใช้บริการจากสำนักงานแปลภาษาที่ได้รับการรับรอง หรือนักแปลที่มีใบอนุญาตรับรองการแปลที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ โดยในเอกสารที่แปลจะต้องระบุชื่อ, ที่อยู่, เบอร์โทรศัพท์, และคุณสมบัติของนักแปล รวมถึงวันที่แปล
  4. การรับรองสำเนาถูกต้อง (Certified Copy):
  5. สำหรับการยื่นเอกสารออนไลน์ผ่าน ImmiAccount โดยทั่วไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องรับรองสำเนาถูกต้อง เพียงแค่สแกนเอกสารต้นฉบับที่มีความชัดเจนและครบถ้วน
  6. อย่างไรก็ตาม: ให้เก็บเอกสารต้นฉบับทั้งหมดไว้กับตัว และเตรียมพร้อมที่จะนำเสนอหากเจ้าหน้าที่ร้องขอ หากมีการเรียกสัมภาษณ์ หรือหากเจ้าหน้าที่สงสัยในความถูกต้องของเอกสารที่อัปโหลด
  7. หากคุณเลือกที่จะรับรองสำเนาถูกต้อง (เผื่อไว้หรือตามคำแนะนำของบางแหล่ง) ผู้ที่สามารถรับรองสำเนาถูกต้องในออสเตรเลียได้แก่ Justice of the Peace (JP), Pharmacist, Police Officer, Solicitor, Medical Practitioner เป็นต้น (ในประเทศไทย อาจใช้บริการ Notary Public) อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Notary Public ที่นี่

ประโยชน์ที่จะได้รับเมื่อได้วีซ่า

  1. พำนักในออสเตรเลียได้แบบถูกกฎหมาย
  2. ทำงานและเรียนหนังสือได้
  3. เข้ารับบริการ Medicare (ระบบประกันสุขภาพของรัฐ)
  4. หากได้รับวีซ่าถาวรแล้ว สามารถสมัครสัญชาติออสเตรเลียได้ในอนาคต

Step-by-Step วิธีการขอวีซ่าพาร์ทเนอร์

ขั้นตอนการสมัครทีละสเต็ป เมื่อเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกระบวนการสมัครกันเลยค่ะ

ขั้นตอนที่ 1: สร้าง ImmiAccount

  1. ผู้สมัคร (Applicant) ต้องสร้างบัญชี ImmiAccount บนเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs http://(https://immi.homeaffairs.gov.au/help-support/tools/immiaccount)
  2. เก็บข้อมูล Username และ Password ไว้ให้ดี เพราะจะต้องใช้บัญชีนี้ในการยื่นใบสมัคร อัปโหลดเอกสาร ติดตามสถานะ และรับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่

ขั้นตอนที่ 2: กรอกแบบฟอร์มใบสมัครวีซ่า Partner

เข้าสู่ระบบ ImmiAccount: เลือก “New Application”

  1. เลือกประเภทวีซ่า: ไปที่หัวข้อ “Family” และเลือก “Partner (Provisional) (309, 820) / Partner (Migrant) (100, 801)”
  2. กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน: ตอบคำถามทุกข้ออย่างซื่อสัตย์และถูกต้อง ข้อมูลบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในขั้นตอนต่อไป
  3. ระบุว่าคุณยื่นขอ Subclass 309/100 (หากยื่นนอกออสเตรเลีย) หรือ 820/801 (หากยื่นในออสเตรเลีย)
  4. ตอบคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์อย่างละเอียด
  5. ระบุข้อมูลผู้ติดตาม (หากมี)
  6. ตรวจสอบข้อมูล: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดก่อนดำเนินการต่อ

ขั้นตอนที่ 3: กรอกแบบฟอร์มการเป็นผู้สนับสนุน (Sponsorship Form)

  1. หลังจากกรอกใบสมัครวีซ่าของคุณเสร็จสิ้น ระบบจะแนะนำให้คุณกรอกแบบฟอร์มการเป็นผู้สนับสนุน
  2. ผู้สนับสนุน (Sponsor) จะต้องเข้าสู่ระบบ ImmiAccount ของตนเอง (หากไม่มีต้องสร้าง) หรือสามารถเข้าสู่ระบบ ImmiAccount ของผู้สมัครได้ (แต่ควรเป็น ImmiAccount แยกกันหากเป็นไปได้)
  3. ค้นหาฟอร์ม “Sponsorship for a Partner to Migrate to Australia (Form 40SP)”
  4. กรอกข้อมูลของผู้สนับสนุนอย่างละเอียดและครบถ้วน ตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติส่วนตัว, สถานะพลเมือง/PR, ประวัติการเป็นผู้สนับสนุน, และยืนยันความสัมพันธ์กับผู้สมัคร
  5. เชื่อมโยงใบสมัคร: สำคัญมากคือต้องเชื่อมโยง (link) แบบฟอร์มการสนับสนุนเข้ากับใบสมัครวีซ่าของผู้สมัครในระบบ ImmiAccount

ขั้นตอนที่ 4: ชำระค่าธรรมเนียม

  1. หลังจากกรอกแบบฟอร์มทั้งสองเสร็จ ระบบจะนำไปสู่หน้าการชำระค่าธรรมเนียม
  2. ค่าธรรมเนียมวีซ่า Partner ค่อนข้างสูง ($9,090 AUD) โปรดตรวจสอบอัตราล่าสุดบนเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs (https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/visa-pricing-estimator)
  3. ชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต (Visa, Mastercard, Amex) หรือ PayPal
  4. สำคัญ: ค่าธรรมเนียมไม่สามารถขอคืนได้ ไม่ว่าผลการพิจารณาจะเป็นอย่างไร)

ขั้นตอนที่ 5: อัปโหลดเอกสาร

  1. เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้ว คุณจะสามารถเริ่มอัปโหลดเอกสารที่เตรียมไว้ได้
  2. จดหมายเล่าความสัมพันธ์ (Statement of Relationship) และ Form 888: อัปโหลดในส่วนของ Relationship – Commitment หรือ Relationship – Social
  3. จัดหมวดหมู่เอกสาร: ใน ImmiAccount จะมีหัวข้อให้คุณอัปโหลดเอกสารตามหมวดหมู่ (เช่น Passport, Identity, Relationship – Financial, Relationship – Social เป็นต้น) พยายามอัปโหลดให้ตรงหมวดหมู่เพื่อความเป็นระเบียบ
  4. ตั้งชื่อไฟล์ให้ชัดเจน: เช่น “Applicant – Passport.pdf”, “Sponsor – Bank Statement.pdf”, “Relationship – Photos with Family.pdf”
  5. สแกนเอกสารให้ชัดเจน: ตรวจสอบว่าเอกสารที่สแกนมีความคมชัด อ่านง่าย และเป็นไฟล์ PDF (แนะนำ) หรือ JPEG/PNG ที่มีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่เกินไป (โดยทั่วไปไม่เกิน 5 MB ต่อไฟล์)
  6. อัปโหลดให้ครบถ้วน: ตรวจสอบรายการเอกสารที่คุณเตรียมไว้กับรายการที่อัปโหลดในระบบอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเอกสารใดตกหล่น

ขั้นตอนที่ 6: ยื่นใบสมัคร (Submit Application)

  1. เมื่ออัปโหลดเอกสารครบถ้วนแล้ว ให้ตรวจสอบทุกส่วนอีกครั้ง
  2. คุณจะได้รับ Email ยืนยันการยื่นใบสมัครและ Transaction Reference Number (TRN)
  3. คลิกปุ่ม “Submit” เพื่อยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนที่ 7: รอการติดต่อและการดำเนินการเพิ่มเติม

นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องอดทนและเตรียมพร้อม:

  1. Bridging Visa (สำหรับ Subclass 820/801 เท่านั้น): หากคุณยื่นวีซ่า Subclass 820/801 ในออสเตรเลีย และวีซ่าปัจจุบันของคุณกำลังจะหมดอายุ คุณจะได้รับ Bridging Visa A (BVA) โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะอนุญาตให้คุณอยู่ในออสเตรเลียได้อย่างถูกกฎหมายในขณะที่รอผลการพิจารณา คุณจะได้รับแจ้งทาง ImmiAccount
  2. การตรวจสุขภาพและใบรับรองความประพฤติ:
    • ไม่ต้องไปตรวจสุขภาพก่อน! เจ้าหน้าที่ (Case Officer) จะแจ้งให้คุณไปทำการตรวจสุขภาพโดยระบุ HAP ID ซึ่งเป็นรหัสเฉพาะสำหรับการตรวจสุขภาพของคุณ
    • นำ HAP ID นี้ไปยื่นที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากสถานทูตออสเตรเลียในประเทศไทย (ตรวจสอบรายชื่อได้จากเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs) ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพคุณต้องรับผิดชอบเอง
  3. สำหรับใบรับรองความประพฤติจากประเทศไทย คุณสามารถขอได้เลย (ตามที่ระบุในส่วนเอกสาร) และอัปโหลดไว้ แต่หากมีข้อสงสัยหรือเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม พวกเขาจะแจ้งให้ทราบ
  4. การขอเอกสารเพิ่มเติม (Request for Further Information – RFI): เจ้าหน้าที่อาจติดต่อคุณผ่าน ImmiAccount เพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม หรือขอให้ชี้แจงข้อมูลบางอย่าง คุณต้องตอบสนองโดยเร็วที่สุดและอัปโหลดเอกสารที่ร้องขอ
  5. การสัมภาษณ์ (Interview – ไม่เสมอไป): ในบางกรณี เจ้าหน้าที่อาจเรียกคุณหรือคู่ครอง (หรือทั้งคู่) ไปสัมภาษณ์ เพื่อยืนยันข้อมูลและประเมินความสัมพันธ์

ขั้นตอนที่ 8: การพิจารณาวีซ่าชั่วคราว (Subclass 309 หรือ 820)

  1. เมื่อเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วว่าหลักฐานความสัมพันธ์ของคุณแข็งแกร่งและเป็นไปตามเกณฑ์ คุณจะได้รับการอนุมัติวีซ่าชั่วคราว (Subclass 309 หากยื่นนอกออสเตรเลีย หรือ Subclass 820 หากยื่นในออสเตรเลีย)
  2. คุณจะได้รับแจ้งผลทาง Email และ ImmiAccount

ขั้นตอนที่ 9: การพิจารณาวีซ่าถาวร (Subclass 100 หรือ 801)

  1. หลังจากได้รับวีซ่าชั่วคราวและอาศัยอยู่ในออสเตรเลียมาแล้วประมาณ 2 ปี (นับจากวันที่ยื่นใบสมัครครั้งแรก) เจ้าหน้าที่ของ Department of Home Affairs จะเริ่มกระบวนการพิจารณาวีซ่าถาวร (Subclass 100 หรือ 801)
  2. คุณจะได้รับแจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไปและเป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริงและต่อเนื่อง (เช่น หลักฐานการเงินร่วมกัน, หลักฐานการอยู่อาศัยร่วมกัน, รูปถ่ายล่าสุด, จดหมายรับรองจากเพื่อน/ครอบครัว)
  3. หากผ่านการพิจารณา คุณก็จะได้รับวีซ่าถาวรของออสเตรเลีย

ระยะเวลาและข้อควรระวัง

ระยะเวลา

  1. นานและไม่แน่นอน: ระยะเวลาในการพิจารณาวีซ่า Partner นั้น ค่อนข้างนานและไม่มีกำหนดตายตัว อาจใช้เวลา 12 เดือน, 24 เดือน หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอ, ความสมบูรณ์ของเอกสารของคุณ, และความซับซ้อนของเคส
  2. ตรวจสอบเวลาประมวลผล: คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลระยะเวลาประมวลผลโดยประมาณได้จากเว็บไซต์ของ Department of Home Affairs http://(https://immi.homeaffairs.gov.au/visas/visa-processing-times) แต่ให้ถือเป็นแนวทางเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกัน

หมายเหตุ: เวลารออาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนผู้สมัครในช่วงเวลานั้นและความสมบูรณ์ของเอกสาร

ข้อควรระวังและเคล็ดลับ

  1. ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด: ให้ข้อมูลที่เป็นจริงและครบถ้วนเสมอ การให้ข้อมูลเท็จอาจนำไปสู่การปฏิเสธวีซ่าและการห้ามเข้าออสเตรเลียในอนาคต
  2. หลักฐานความสัมพันธ์ต้องแข็งแกร่ง: นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่ตกม้าตาย พยายามรวบรวมหลักฐานในทุกๆ ด้าน (การเงิน, ครัวเรือน, สังคม, ความมุ่งมั่น) และแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของความสัมพันธ์
  3. จัดระเบียบเอกสารอย่างดี: สแกนเอกสารให้ชัดเจน ตั้งชื่อไฟล์ให้สื่อความหมาย และอัปโหลดให้ตรงหมวดหมู่
  4. สื่อสารอย่างสม่ำเสมอ: หากคุณและคู่ครองต้องอยู่ห่างกัน ให้เก็บหลักฐานการติดต่อสื่อสาร เช่น แชท, โทรศัพท์, วิดีโอคอล ไว้เสมอ
  5. ตอบสนองต่อการขอข้อมูลเพิ่มเติมโดยเร็ว: หากเจ้าหน้าที่ติดต่อขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม ให้รีบดำเนินการและอัปโหลดภายในระยะเวลาที่กำหนด
  6. ตรวจสอบ ImmiAccount เป็นประจำ: เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับ Department of Home Affairs
  7. ไม่ต้องจ้างเอเจนซี่ก็ได้ แต่ต้องศึกษาเองอย่างหนัก: การทำเองได้จริง แต่ต้องใช้ความทุ่มเทในการศึกษาข้อมูลและเตรียมเอกสารอย่างละเอียด หากคุณรู้สึกไม่มั่นใจหรือไม่มีเวลาเพียงพอ การปรึกษา Migration Agent ที่ขึ้นทะเบียนกับ OMARA ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ค่าใช้จ่าย

ค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ปี 2025 โดยประมาณ:

  1. ผู้สมัครหลัก: $9,090 AUD
  2. ผู้ติดตาม (เช่น ลูก):
    • อายุไม่เกิน 18 ปี: $2,280 AUD
    • อายุเกิน 18 ปี: $4,550 AUD

ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น:

  1. ค่าตรวจสุขภาพ: $300 – $500 AUD (ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาล)
  2. ค่าทำ Police Check ของไทย 3,500-4,000 บาท
  3. ค่าจ้างนักแปล NAATI (อ่านต่อที่นี่)/ ค่ารับรองเอกสาร Notary Public (อ่านต่อที่นี่)/ ที่ปรึกษาวีซ่า (ถ้ามี)

หากคุณวางแผนจะขอวีซ่าพาร์ทเนอร์ แนะนำให้เริ่มเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เอกสารที่สมบูรณ์และถูกต้องมีผลต่อระยะเวลาและโอกาสได้รับการอนุมัติ

บริการยื่นวีซ่าพาร์เนอร์ ประเทศออสเตรเลีย Partner Visa โดย JMP
บริการยื่นวีซ่าพาร์ทเนอร์ ประเทศออสเตรเลีย Subclass 309 /100, Subclass 820 และ 801 โดย JMP

บทสรุป

การขอวีซ่าพาร์ทเนอร์ออสเตรเลียด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งในข้อกำหนด การเตรียมเอกสารที่รอบคอบ และความอดทนในการรอคอย หากคุณปฏิบัติตามคำแนะนำในบทความนี้อย่างเคร่งครัด และตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการเสมอ คุณจะเพิ่มโอกาสในการได้รับวีซ่าและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่คุณรักในออสเตรเลียได้สำเร็จค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ

ติดต่อ JMP Globla Visa and Translation Service

Scroll to Top

Discover more from

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading