คู่มือการขอวีซ่า Non-B และขอใบอนุญาตทำงาน ครอบคลุมทุกขั้นตอน พร้อมรายการเอกสาร ขั้นตอน ค่าธรรมเนียม แบบละเอียด ทำเองได้ ไม่ต้องผ่านเอเจ้นต์
หากคุณกำลังวางแผนจะเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อทำงานหรือทำธุรกิจ วีซ่า Non-B คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักวิธีการขอวีซ่าจากต่างประเทศ การขอในประเทศไทย รวมถึงขั้นตอนการขอ Work Permit แบบละเอียด พร้อมขั้นตอนและเอกสารที่จำเป็นต้องยื่น
วีซ่า Non-B คืออะไร? สำคัญยังไง ทำไมต้องทำ?
วีซ่า Non-B คือวีซ่าที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าและพำนักในประเทศไทยได้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป การที่ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะทำงาน ศึกษา หรือทำธุรกิจในประเทศไทยจำเป็นต้องมีวีซ่า Non-B เป็นเพราะ:
- การปฏิบัติตามกฎหมาย: กฎหมายคนเข้าเมืองของประเทศไทยกำหนดให้ชาวต่างชาติที่ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวต้องมีวีซ่าประเภทที่เหมาะสม หากไม่มีวีซ่า Non-B และเข้ามาทำงานหรือพำนักเกินกว่าที่วีซ่านักท่องเที่ยวอนุญาต จะถือว่าผิดกฎหมายและอาจถูกดำเนินคดี รวมถึงการเนรเทศ
- สิทธิประโยชน์และสิทธิการพำนัก: วีซ่า Non-B เป็นประตูสู่การขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) การขออยู่ต่อในประเทศไทย (Visa Extension) และการได้รับสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพำนักระยะยาว
วีซ่า Non-B มีประโยชน์อย่างไร? เหมาะกับใคร?
วีซ่า Non-B มอบประโยชน์หลายประการและเหมาะสำหรับบุคคลหลากหลายกลุ่ม:
- ผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทย: ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท, ผู้บริหาร, หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จำเป็นต้องมีวีซ่า Non-B เพื่อขอ Work Permit
- นักลงทุน/ผู้ประกอบการ: ผู้ที่ต้องการจัดตั้งบริษัทหรือดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
- นักเรียน/นักศึกษา: ผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งระดับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถาบันสอนภาษา
- ครู/อาจารย์: ผู้ที่ประสงค์จะทำงานในสถาบันการศึกษา
- อาสาสมัคร: ผู้ที่ทำงานกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหรือมูลนิธิต่างๆ
บทบาทและความสำคัญของวีซ่าประเภทนี้
วีซ่า Non-B มีบทบาทสำคัญในการควบคุมและบริหารจัดการการพำนักของชาวต่างชาติในประเทศไทย ทำให้รัฐบาลสามารถติดตามและดูแลประชากรต่างชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการลงทุน การศึกษา และการพัฒนาประเทศโดยรวม ผ่านการดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและผู้ลงทุนจากทั่วโลก
การขอวีซ่า Non-B: วิธีการยื่นขอที่ต่างประเทศ (ประเทศบ้านเกิดหรือประเทศที่พำนักถาวร)
การยื่นขอวีซ่า Non-B ที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม โดยมีขั้นตอนและเอกสารดังนี้:
ขั้นตอนการยื่นขอ
- รวบรวมเอกสาร: เตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดตามวัตถุประสงค์การขอวีซ่าของคุณ
- นัดหมาย (ถ้ามี): สถานทูต/สถานกงสุลบางแห่งอาจกำหนดให้มีการนัดหมายล่วงหน้า ควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ของสถานทูต/สถานกงสุลนั้นๆ
- ยื่นเอกสาร: เดินทางไปยังสถานทูต/สถานกงสุลที่กำหนด และยื่นเอกสารทั้งหมดพร้อมกับแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกครบถ้วน
- ชำระค่าธรรมเนียม: ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่กำหนด
- รอผลการพิจารณา: ระยะเวลาในการพิจารณาจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถานทูต/สถานกงสุล (โดยปกติ 3-5 วันทำการ หรือนานกว่านั้น)
- รับวีซ่า: เมื่อได้รับอนุมัติ คุณจะได้รับวีซ่าประทับลงในหนังสือเดินทาง
เอกสารที่จำเป็น สำหรับวัตถุประสงค์การทำงาน (Work)
วีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa “B” (Business Visa) ออกให้แก่ผู้ยื่นคำขอที่ประสงค์จะเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อทำงานหรือประกอบธุรกิจ
ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะทำงานในประเทศไทย จะต้องจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- หนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกครบถ้วน
- รูปถ่ายขนาดหนังสือเดินทาง (4 x 6 ซม.) ของผู้ยื่นคำขอที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
- หลักฐานการเงินที่เพียงพอ (คนละ 20,000 บาท และคนละ 40,000 บาท)
- หนังสือรับรองจากกระทรวงแรงงาน โดยนายจ้างที่ประสงค์จะจ้างผู้ยื่นคำขอในประเทศไทยจะต้องยื่น แบบ ตท.3 (ดาวน์โหลดที่นี่) ที่สำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทร. 02-2452745 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดในจังหวัดที่ผู้ยื่นคำขออยู่ ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.doe.go.th/prd/alien?page=home
- สำเนาใบอนุญาตทำงานที่ออกโดยกระทรวงแรงงานและสำเนาภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ ภ.ง.ด. 91 (เฉพาะกรณีเคยทำงานในประเทศไทย)
- เอกสารประกอบการของบริษัทที่จ้างงานในประเทศไทย เช่น
1) ใบทะเบียนการค้าและใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
2) บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
3) ประวัติบริษัท
4) รายละเอียดการประกอบธุรกิจ
5) บัญชีรายชื่อคนต่างด้าวพร้อมระบุชื่อ สัญชาติ และตำแหน่ง
6) แผนที่แสดงที่ตั้งของบริษัท
7) งบดุล บัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้และภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภ.ง.ด. 50 และ ภ.ง.ด. 30 ของปีล่าสุด)
8) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.ง.ด. 20) - เอกสารแสดงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว) หรือเอกสารแสดงธุรกรรมส่งออกที่ออกโดยธนาคาร (สำหรับธุรกิจส่งออก)
- ประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทำงาน: (Resume/CV)
หมายเหตุ
คนต่างด้าวที่ได้รับการตรวจคนเข้าเมืองประเภท Non-Immigrant สามารถทำงานในประเทศไทยได้เมื่อได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว คนต่างด้าวฝ่าฝืน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ว่าด้วยการจ้างงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตทำงาน หรือ พ.ร.ฎ. 2522 ว่าด้วยการจ้างงานในอาชีพและวิชาชีพที่จำกัดบางประการ จะถูกดำเนินคดีจำคุกหรือปรับ หรืออาจได้รับโทษทั้งสองอย่าง ขอแนะนำให้ผู้สมัครยื่นขอวีซ่าที่สถานทูต/สถานกงสุลไทยในประเทศที่ตนมีถิ่นพำนัก
เอกสารจำเป็น สำหรับวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ (Business)
ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจในประเทศไทย จะต้องจัดเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้
- หนังสือเดินทาง หรือเอกสารการเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
- ใบสมัครที่กรอกครบถ้วน
- รูปถ่ายขนาดหนังสือเดินทาง (4 x 6 ซม.) ของผู้ยื่นคำขอที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
- หลักฐานการเงินที่เพียงพอ (คนละ 20,000 บาท และ 40,000 บาท ต่อครอบครัว) ตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย
- จดหมายรับรองจากบริษัทของผู้ยื่นคำขอ ระบุตำแหน่งของผู้ยื่นคำขอ ระยะเวลาการจ้างงาน เงินเดือน และวัตถุประสงค์ในการมาเยือนประเทศไทย
- เอกสารแสดงการติดต่อกับหุ้นส่วนทางธุรกิจในประเทศไทย
- หลักฐานสถานะทางการเงินในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอประกอบอาชีพอิสระ
- จดหมายเชิญจากหุ้นส่วน/บริษัทการค้าหรือที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย
- เอกสารประกอบการของหุ้นส่วน/บริษัทในเครือในประเทศไทย เช่น
- 1) ใบทะเบียนการค้าและใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- 2) รายชื่อผู้ถือหุ้น
- 3) ประวัติบริษัท
- 4) รายละเอียดการประกอบธุรกิจ
- 5) แผนที่แสดงที่ตั้งบริษัท
- 6) งบดุล บัญชีภาษีเงินได้ และภาษีธุรกิจ (ภ.ง.ด. 50 และ ภ.ง.ด. 30) ของปีล่าสุด
- 7) ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
- สำเนาเอกสารประกอบการของบริษัทต้องลงนามโดยคณะกรรมการหรือกรรมการผู้จัดการที่ได้รับอนุญาต และประทับตราบริษัท
- อาจขอเอกสารเพิ่มเติมได้ตามความจำเป็น หากไม่มีเอกสารที่จำเป็น ผู้ยื่นคำร้องต้องจัดทำจดหมายชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวไม่มี ผู้ยื่นคำร้องต้องลงนามรับรองสำเนาเอกสารที่ส่งมาทุกหน้า เอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทย และต้องได้รับการรับรองโดยหน่วยงานรับรองเอกสารหรือโดยคณะผู้แทนทางการทูตหรือกงสุลของผู้ยื่นคำร้อง
- ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้มีสิทธิพำนักอยู่ในประเทศไทยได้ไม่เกิน 90 วัน โดยสามารถยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาพำนักได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และอาจได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวได้เป็นระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
วีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa “BA” (Business Approved Visa)
การออกวีซ่าประเภทนี้ให้กับผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพมหานคร บริษัทในเครือของผู้สมัครที่ผู้สมัครจะลงทุนหรือดำเนินธุรกิจด้วยสามารถยื่นขอวีซ่าประเภทนี้ในนามของผู้สมัครได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อใบสมัครได้รับการอนุมัติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะแจ้งสถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลใหญ่ที่เกี่ยวข้องผ่านกระทรวงการต่างประเทศเพื่อออกวีซ่าให้กับผู้สมัคร ผู้ถือวีซ่าประเภท “BA” นี้จะได้รับอนุญาตให้พำนักได้เป็นระยะเวลาหนึ่งปีนับจากวันที่เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นครั้งแรก
วีซ่าประเภท Non-IB (วีซ่าเพื่อการลงทุนและธุรกิจ) ออกให้กับพลเมืองต่างชาติที่ทำงานในโครงการลงทุนซึ่งอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โครงการดังกล่าวจะต้องเกี่ยวข้องหรือก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยในลักษณะดังต่อไปนี้
- การส่งเสริมการส่งออก
- การสร้างงานเพิ่ม
- การใช้ทรัพยากรท้องถิ่น
- โครงการที่เกี่ยวข้องกับจังหวัด
- การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย
- ไม่ขัดขวางธุรกิจที่มีอยู่ในประเทศ
วีซ่าประเภท Non-Immigrant Visa “B” (การสอน) ชาวต่างชาติที่ประสงค์จะประกอบอาชีพครูในโรงเรียนระดับต่ำกว่าระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย จะต้องยื่นเอกสารดังต่อไปนี้
- หนังสือเดินทางหรือเอกสารการเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าที่กรอกครบถ้วน
- รูปถ่ายขนาดหนังสือเดินทาง (4 x 6 ซม.) ของผู้สมัครที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
- หนังสือรับรองการตอบรับจากสถาบันหรือโรงเรียนที่จ้างงานในประเทศไทย
- หนังสือรับรองการอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- หลักฐานแสดงวุฒิการศึกษา เช่น ประกาศนียบัตร หรือใบรับรองการสอน
- ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงเรียน หรือการจดทะเบียนธุรกิจ รายชื่อผู้ถือหุ้น และประวัติของโรงเรียน
- ประวัติย่อของผู้สมัคร
- ใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนยันว่าผู้สมัครไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเทียบเท่า หรือหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตในประเทศของผู้สมัคร (ข้อกำหนดในการยื่นใบรับรองจากเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวเป็นทางเลือก ผู้สมัครต้องยื่นหากเจ้าหน้าที่กงสุลขอให้ยื่น ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550 เป็นต้นไป)
- ตรวจสอบรายการเอกสารเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.immigration.go.th/เอกสารสำหรับครู/อาจารย์
ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมวีซ่า Non-B โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท (หรือเทียบเท่าในสกุลเงินท้องถิ่น) สำหรับแบบเข้าครั้งเดียว (Single Entry) และอาจสูงกว่าสำหรับแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple Entry) อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสถานทูต/สถานกงสุลที่ท่านจะยื่นขอ
เดินทางเข้าไทยด้วยวีซ่า Non-B แล้วทำอย่างไรต่อ?
เมื่อได้รับวีซ่า Non-B และเดินทางเข้าไทย:
เมื่อคุณได้รับวีซ่า Non-B จากสถานทูต/สถานกงสุลไทยในต่างประเทศ และเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว นี่คือขั้นตอนสำคัญที่คุณต้องดำเนินการต่อ:
ขั้นตอนที่ 1: การประทับตราเข้าเมือง (ณ จุดตรวจคนเข้าเมือง) เมื่อเดินทางถึงสนามบินหรือจุดผ่านแดนในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะประทับตราเข้าเมืองในหนังสือเดินทางของคุณ โดยจะระบุวันที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งปกติแล้ววีซ่า Non-B แบบ Single Entry จะได้รับอนุญาตให้อยู่ได้ 90 วันนับจากวันที่เข้าประเทศ
ขั้นตอนที่ 2: การขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) สำหรับผู้ที่ทำงาน นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่มาทำงาน
- นายจ้างยื่นขอ Work Permit: นายจ้างของคุณจะเป็นผู้ดำเนินการยื่นคำขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้คุณที่ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
- เอกสารที่จำเป็น: นายจ้างจะต้องเตรียมเอกสารของบริษัทและของคุณ (เช่น วุฒิการศึกษา, ประวัติส่วนตัว, รูปถ่าย, ใบรับรองแพทย์)
- การพิจารณา: กรมการจัดหางานจะพิจารณาคุณสมบัติของคุณและของนายจ้าง รวมถึงความจำเป็นในการจ้างชาวต่างชาติ
- ได้รับใบอนุญาตทำงาน: หากได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ระยะเวลา กระบวนการขอ Work Permit อาจใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารและความซับซ้อนของกรณี
ขั้นตอนที่ 3: การขออยู่ต่อในราชอาณาจักร (Extension of Stay) – สำหรับทุกวัตถุประสงค์ เมื่อคุณได้รับ Work Permit แล้ว หรือสำหรับผู้ที่มาเรียน ทำธุรกิจ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่ต้องการพำนักเกิน 90 วัน คุณต้องดำเนินการขออยู่ต่อที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ก่อนที่วีซ่า 90 วันของคุณจะหมดอายุ
เตรียมเอกสาร
- หนังสือเดินทาง (ฉบับจริงและสำเนา)
- ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) (สำหรับผู้ทำงาน)
- เอกสารจากบริษัท/สถานศึกษา/องค์กร (เช่น หนังสือรับรองการทำงาน/การเรียน, ใบสำคัญการจดทะเบียนบริษัท/สถานศึกษา)
- แบบฟอร์มคำร้องขออยู่ต่อ (ตม. 7)
- รูปถ่าย 2 นิ้ว 1 รูป
- ค่าธรรมเนียม 1,900 บาท
- หลักฐานการจดทะเบียนที่พักอาศัย (TM.30) – เจ้าของบ้านหรือผู้จัดการต้องแจ้งการเข้าพักของชาวต่างชาติภายใน 24 ชั่วโมง
- แผนที่บ้านพัก/ที่ทำงาน
- ยื่นคำร้อง: ยื่นเอกสารทั้งหมดที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
- ชำระค่าธรรมเนียม: 1,900 บาท
- รอผลการพิจารณา: เจ้าหน้าที่อาจเรียกสัมภาษณ์ หรือตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม
- ได้รับการอนุมัติ: หากได้รับการอนุมัติ คุณจะได้รับการประทับตราอนุญาตให้อยู่ต่อในราชอาณาจักร (โดยปกติ 1 ปี)
- ขั้นตอนการยื่น Work Permit อ่านต่อที่นี่
ข้อควรรู้: การยื่นขออยู่ต่อควรดำเนินการก่อนวีซ่าเดิมหมดอายุอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์
ขั้นตอนที่ 4: การรายงานตัว 90 วัน (สำหรับผู้ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ 1 ปี) เมื่อคุณได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ 1 ปีแล้ว คุณมีหน้าที่ต้องรายงานตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน (ภายใน 7 วันก่อนหรือหลังวันที่ 90) สามารถทำได้ที่:
- สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (โดยตรง)
- ทางไปรษณีย์
- ทางออนไลน์ (สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว)
- เอกสารสำหรับรายงานตัว 90 วัน:
- หนังสือเดินทาง
- บัตรขาเข้า (TM.6) หรือ Electronic Arrival Card
- หลักฐานการอยู่ต่อในราชอาณาจักรครั้งล่าสุด
- ใบรับแจ้งการอยู่เกิน 90 วัน (TM.47) ดาวน์โหลดที่นี่
เคล็ดลับสำหรับผู้ที่ต้องการยื่นขอวีซ่า Non-B ด้วยตัวเอง
- เริ่มต้นเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
- ตรวจสอบเว็บไซต์ของสถานทูตไทยประจำประเทศของคุณเพื่อดูรายละเอียดอัปเดต
- ขอความช่วยเหลือจากบริษัทที่มีประสบการณ์
การขอวีซ่า Non-B: วิธีการยื่นขอในประเทศไทย
การขอวีซ่า Non-B ในประเทศไทยมักจะเป็นกรณีของการเปลี่ยนประเภทวีซ่า (Change Visa Type) จากวีซ่าประเภทอื่น เช่น วีซ่านักท่องเที่ยว (Tourist Visa) หรือเป็นการขอต่อวีซ่า (Visa Extension)
เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่เข้าไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือประเภทอื่น แล้วต้องการทำงาน
- ผู้ที่มีนายจ้างในไทย และต้องการเปลี่ยนเป็น Non-B
- ครูต่างชาติ ผู้ประกอบการ หรือผู้ทำธุรกิจในไทย
รูปแบบที่นิยม
- เปลี่ยนวีซ่าท่องเที่ยว Tourist Visa เป็น Non-B
- ขอ Non-B ชั่วคราว แล้วต่ออายุเป็น 1 ปี
ข้อควรทราบ: การเปลี่ยนประเภทวีซ่าจาก Tourist Visa เป็น Non-B นั้น ค่อนข้างยากและมีข้อจำกัดสูง โดยปกติผู้สมัครจะต้องมีเหตุผลที่ “ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” ในการเข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวแล้วจึงมาขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า เหตุผลที่ยอมรับได้มักจะเกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนในการทำงาน หรือเหตุสุดวิสัย อย่างไรก็ตาม การยื่นขอ Non-B จากต่างประเทศเป็นวิธีที่แนะนำและง่ายที่สุด
สถานที่ยื่นขอ
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) ในพื้นที่ที่คุณพำนัก หรือศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะสำหรับในกรุงเทพฯ
หากอยู่ในประเทศไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าประเภทอื่น และต้องการเปลี่ยนเป็น Non-B เพื่อทำงาน สามารถดำเนินการได้โดย
ขั้นตอน
- หานายจ้างหรือบริษัทที่จ้างงาน พร้อมเตรียมเอกสารครบ
- ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit คลิ๊ก) จากกรมการจัดหางาน
- ขอเปลี่ยนประเภท วีซ่าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration)
- ชำระค่าธรรมเนียม และรอผล
- ขอต่อวีซ่า 1 ปี หลังจากได้ Work Permit แล้ว
- รายงานตัวทุก 90 วัน และต่ออายุวีซ่าทุกปี
เอกสารที่ใช้ในไทย:
- หนังสือเดินทางพร้อมหน้าวีซ่าปัจจุบัน
- แบบฟอร์ม ตม.86 ดาวน์โหลดที่นี่ (คำร้องขอเปลี่ยนประเภทวีซ่า) กรณีเปลี่ยนจากท่องเที่ยว TR เป็น Non-B
- รูปถ่ายขนาด 4×6 ซม.
- หนังสือรับรองจากบริษัท + หนังสือรับรองสำนักงาน รับรองโดยนายทะเบียนไม่เกิน 6 เดือน
- เอกสารแสดงหลักฐานทางธุรกิจ (เช่น บอจ.5, ภพ.09, ภพ.01,ภพ.20 ฯลฯ) รับรองโดยนายทะเบียนไม่เกิน 6 เดือน
- สัญญาจ้างงาน (ตามแบบของกรมการจัดหางาน)
- สำเนางบการเงินปีล่าสุด (ต้องผ่านการคัดและรับรองจากกระทรวงพาณิชย์หรือกรมสรรพากร)
- สำเนาหลักฐานการศึกษาและหลักฐานการผา่นงานของคนต่างด้าว (ต้องผ่านการแปลภาษาอังกฤษและรับรองจากสถานทูตของบุคคลต่างด้าวประจำประเทศไทยหรือต่างประเทศ และกองนิติกรณ์ กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศ ประจำประเทศไทย) (ติดต่อสอบถาม 0-2575-1058-60 หรือ call center 0-2572-8442 )
- แบบหนังสือรับรองวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน (แบบ สตม.4) ดาวน์โหลดที่นี่ (แนบสำเนาบัตรประชาชนพร้อมลายเซ็นพยาน)
- ตรวจสอบรายการเอกสารทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.immigration.go.th/เอกสาร Non-b
ค่าธรรมเนียมในประเทศไทย
- ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนประเภทวีซ่า: 2,000 บาท
- ค่าต่อวีซ่า 1 ปี (หลังได้รับ Work Permit): 1,900 บาท
- ขอ Work Permit 3,000 บาท โดยประมาณ (ขึ้นอยู่กับประเภทงาน)
การรับรองเอกสารก่อนยื่นขอวีซ่า
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ (เช่น Transcript หรือใบปริญญา) ต้องผ่านกระบวนการ รับรองโดยกระทรวงต่างประเทศของประเทศต้นทาง และสถานทูตไทย ก่อนจะสามารถใช้ในขั้นตอนยื่นวีซ่าได้
บริการที่ช่วย:
- รับรองเอกสารโดย Notary Public
- แปลเอกสารและรับรองสถานทูต
- รับรองกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย
หลังได้รับวีซ่าแล้วต้องทำอย่างไร?
- แจ้งที่อยู่ ตม.30 (ดาวน์โหลดที่นี่) ภายใน 24 ชม.หรือหาข้อมูลเพิ่มเติม https://www.immigration.go.th/#serviceonline และ https://tm30.immigration.go.th/TM30/Foreigner/TM30TH/Home.html
- รายงานตัวทุก 90 วัน (ตม.47) ดาวน์โหลดที่นี่
- ขอ RE-Entry Permit หากต้องเดินทางออกนอกประเทศ
- ต่อวีซ่าทุกปีด้วยเอกสารจากนายจ้าง
ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
- ตรวจสอบกับหน่วยงานที่รับเอกสาร: ก่อนดำเนินการใดๆ ควรสอบถามหน่วยงานที่คุณจะยื่นเอกสาร (เช่น สถานทูตไทย, กรมการจัดหางาน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) โดยตรงว่าต้องการเอกสารฉบับแปลและรับรองแบบใด หน่วยงานใดรับรองบ้าง เพื่อให้แน่ใจว่าเอกสารของคุณจะได้รับการยอมรับ
- ทำสำเนา: ควรถ่ายสำเนาเอกสารที่แปลและรับรองไว้หลายชุด เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและใช้ในกรณีที่จำเป็นต้องยื่นหลายหน่วยงาน
- ระยะเวลา: กระบวนการแปลและรับรองเอกสารอาจใช้เวลานาน ดังนั้นควรเผื่อเวลาให้เพียงพอ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า Non-B ได้อย่างละเอียดและครบถ้วน เพื่อให้การพำนักในประเทศไทยของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย.
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับวีซ่า Non-B ได้อย่างละเอียดและครบถ้วน เพื่อให้การพำนักในประเทศไทยของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมายไทย
ติดต่อ JMP Global Visa and Translation Service
📞 โทรศัพท์: 081-1040660
LINE OA: https://lin.ee/G1Pvblu
🌐 เยี่ยมชมเว็บไซต์เรา: https://jmpvisaandtranslation.com/



